เรื่องควรรู้ ก่อนสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ท

    การสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ทมีขั้นตอนไม่ต่างจากการสร้างบ้านสไตล์อื่นๆ แต่ในเรื่องของรายละเอียดที่ต้องมีในบางส่วนอาจแตกต่างกันไปบ้างตามแบบบ้านและความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะสวนและพื้นที่สีเขียวที่ถือเป็นจุดเด่นและหัวใจของบ้านสไตล์รีสอร์ท ดังนั้นก่อนสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ท เจ้าของบ้านต้องรู้และเตรียมตัวเกี่ยวกับอะไรบ้าง มาดูกัน ที่ดินที่ใช้สร้างต้องมีพื้นที่ว่างไม่ต่ำกว่า 30% ปัจจุบันบ้านสไตล์รีสอร์ทสามารถสร้างได้แม้ใจกลางกรุงเทพ ขอเพียงบ้านนั้นมีการออกแบบให้เอื้อต่อการสร้างสรรบรรยากาศของความเป็นรีสอร์ท โดยเฉพาะในที่ดินที่ปลูกสร้างบ้าน นอกจากตัวบ้านแล้ว ยังต้องมีพื้นที่ว่างๆ ที่ไม่มีสิ่งก่อสร้าง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อกันไว้สำหรับการสร้างบรรยากาศรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็นสวน ต้นไม้ เนินดิน สนามหญ้า บ่อเลี้ยงปลา น้ำตก หรือแม้แต่โต๊ะ หรือศาลานั่งเล่น เข้าถึงธรรมชาติตั้งแต่ทางเข้าบ้าน เสน่ห์ของบ้านสไตล์รีสอร์ท คือ คุณสามารถซึมซับและสัมผัสความเป็นธรรมชาติได้ตั้งแต่ภายนอกยามที่มองเข้ามา และหากเข้ามาแล้วความเป็นรีสอร์ทจะมีให้สัมผัสตั้งแต่ทางเข้าที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ร่มรื่น เย็นสบาย เป็นเหมือนการได้ชาร์ตพลังในทุกๆ วันทั้งยามออกจากบ้านและกลับเข้าบ้าน มีพื้นที่ทำกิจกรรมกลางธรรมชาติ การสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ทเน้นการสร้างให้สมาชิกสามารถใช้พื้นที่ทำกิจกรรมทั้งแบบส่วนตัวและร่วมกันได้ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางที่ควรมีไว้รองรับกิจกรรมของสมาชิกในทุกช่วงเวลา ดังนั้นการออกแบบพื้นีท่ส่วนกลางท่ามกลางธรรมชาติ ต้องคำนึงถึงทิศทางลม แสงแดด ที่ตกกระทบในแต่ละเวลา เพื่อการวางตำแหน่งต้นไม้ใหญ่ และร่วมเงาจากส่วนต่างๆ ให้เหมาะสมตอบรับกับการใช้งานพื้นที่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ส่วนกลางยังควรสามารถรับทั้งลม แสงแดดอ่อน เสียงธรรมชาติ และความสดชื่นเย็นสบายจากน้ำตกหรือน้ำพุจากพื้นที่สวนได้ด้วย แบบบ้านเปิดให้เห็นธรรมชาติภายนอกจากทุกมุม การออกแบบบ้านสไตล์รีสอร์ท นอกจากการมีบ้านไว้ท่ามกลางธรรมชาติแล้ว การออกแบบให้ทุกพื้นที่ในบ้านสามารถมองออกมาเห็นและซึมซับความเป็นธรรมชาติได้ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบ…

เรื่องควรรู้ ความต่างระหว่างสีทาภายนอกกับสีทาภายใน

    บ้านจะสวยโดดเด่นได้นั้นต้องมีสีสันที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน โดยการเลือกใช้สีทาบ้านจะเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล รวมถึงความเหมาะสมกับประเภทการใช้งานและพื้นที่ที่ใช้ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดที่ต้องใส่ใจและเจ้าของบ้านอาจจะยังไม่เข้าใจความต่าง โดยเฉพาะสีทาภายนอกและภายที่ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย แต่จะเลือกใช้อย่างไร ใช้แทนกันได้หรือไม่ และใช้อย่างไรให้สวยทนอยู่ติดบ้านไปนานๆ วันนี้ AYB มีคำตอบ สีทาภายนอกกับสีทาภายในต่างกันอย่างไร? สีทาภายนอก ความเข้มข้นของสีทาภายนอกจะมีความเข้มข้นกว่าสีทาภายใน เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ทนทานความร้อนจากแสงแดด สีติดทนนานไม่ซีด ไม่หลุดลอกง่าย กันความชื้นและเชื้อราได้ดี จึงมีราคาสูงกว่าสีทาภายใน ที่สำคัญการทำความสะอาดก็ทำได้ง่าย สามารถเช็ดถูทำความสะอาดได้ปกติโดยที่สีไม่หลุดลอก สีทาภายใน สีทาภายในส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสีแท้ไม่มีการผสมของสารเคมีอื่น ความฉุนของสีก็จะน้อยกว่าสีทาภายนอก เพราะต้องใช้ทาภายในบ้าน เหมาะสำหรับการทาในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น เมื่อสีเริ่มแห้งแล้วจะมีความเงาและมีความละเอียดของสีค่อนข้างสูง สามารถทำความสะอาดได้เช่นเดียวกับสีทาภายนอก ใช้สีทาสลับภายนอกและภายในได้หรือไม่? สีสามารถใช้ทาได้ทั้งภายนอกและภายใน แต่คุณสมบัติของสีแต่ละชนิดที่มีอยู่ไม่เหมือนกัน หากใช้ทดแทนกันก็เหมือนกับการใช้งานสีไม่ตรงตามคุณสมบัติ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานเป็นไปอย่างไม่เต็มร้อย เช่น 1. สีภายในทาภายนอก หากต้องการนำสีภายในไปทาภายนอกก็สามารถทำได้ แต่อย่าลืมว่าคุณสมบัติเฉพาะของสีทาภายในอาจไม่มีเรื่องของการป้องกันรังสี หรือป้องกันแสงแดด ทำให้เมื่อทาสีไปได้ระยะเวลาหนึ่งซึ่งอาจสั้นกว่าการใช้สีภายนอกโดยเฉพาะ สีที่ทามีการซีดจาง ไม่สดใหม่เหมือนทาครั้งแรก ระยะเวลาที่สีสดสวยอั้นลงกว่าปกติ ทำให้ต้องทาสีทับเป็นประจำส่งผลให้เสียงบในการทาสีบ่อยๆ ทั้งค่าสี ค่าช่าง 2. สีภายนอกทาภายใน หากต้องการนำสีภายนอกมาทาภายในก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน…

ทิศทางลม-แดด มีผลกับการสร้างบ้านอย่างไร?

    การดูทิศทางของลม-แดด ก่อนสร้างบ้านนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งต้องคำนึงถึงการอาศัยอยู่ในระยะยาว ให้อยู่สบายในทุกฤดูกาล โดยการวางผังบ้านให้เหมาะกับทิศทางลม-แดด จะช่วยให้บดบังแสงแดดจากฤดูร้อน ให้แดดไม่โดนตัวบ้านมากนัก หรือในช่วงฤดูฝนก็ไม่ต้องกลัวเรื่องฝนสาดกระเซ็นเข้าตัวบ้าน วันนี้ AYB มีวิธีดูทิศทางลม-แดด ให้เหมาะกับการสร้างบ้านมาฝากค่ะ   ทิศแสงแดด ควรหลีกเลี่ยงการวางตำแหน่งห้องที่ใช้งานบ่อยๆ หรือใช้งานยาวนานไว้ในทิศที่จะได้รับแสงแดดมากที่สุดอย่างทิศใต้และทิศตะวันตก เพราะจะทำให้มีการกักเก็บความร้อนไว้สูงและกินเวลายาวนานในช่วงบ่าย ทำให้ความร้อนหลงเหลืออยู่ถึงช่วงกลางคืน หากวางตำแหน่งห้องนอนในทิศทางนี้จะทำให้อากาศในห้องมีความร้อนสะสม และทำให้รู้สึกไม่สบายยามพักผ่อน   ทิศทางลม ทิศลมนั้นก็สำคัญไม่แพ้ทิศของแสงแดด หากเราทำการวางผังบ้านในทิศของลมที่เหมาะสมหรือถูกต้อง โดยหันมุมบ้านด้านที่เปิดรับลมได้เต็มที่ให้เข้ากับทางลม จะทำให้บ้านมีความเย็นจากธรรมชาติ ช่วยประหยัดพลังงานจากการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมได้   วางตำแหน่งผังห้องในบ้านอย่างไร? 1.ห้องนอน ห้องนอนเป็นห้องที่ใช้สำหรับพักผ่อนและสร้างความผ่อนคลายเช่นเดียวกันกับห้องนั่งเล่นและห้องรับแขก จึงควรตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า และในยามกลางคืนห้องนอนจะไม่สะสมความร้อนไว้ เพราะดวงอาทิตย์โคจรอ้อมทิศใต้ หากยิ่งเป็นช่วงต้นปีที่มีความเย็นลดลง ห้องนอนที่ตั้งทางทิศเหนือจะได้รับลมเย็นอีกด้วย   2.ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นและห้องรับแขก ถือว่าเป็นห้องที่มีไว้สำหรับการผ่อนคลายโดยเฉพาะ หากห้องมีอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากเกินไปก็คงไม่เหมาะที่จะใช้ทำห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ดังนั้นห้องนี้ควรตั้งไปทางทิศเหนือจะดี เพราะเป็นทิศที่ไม่โดนแสงแดดเท่าทิศใต้และทิศตะวันตก และยังเป็นทางผ่านของลมได้ดี เหมาะสำหรับการเปิดหน้าต่าง หรือประตูเพื่อรับลมธรรมชาติ   3.ห้องน้ำ เนื่องจากห้องน้ำต้องถือเรื่องสุขอนามัยเป็นหลัก แสงแดดก็เป็นตัวช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี…

ระแนง สำคัญอย่างไรกับแบบบ้านสไตล์รีสอร์ท

    หากเอ่ยถึงวัสดุยอดนิยมเรื่องการตกแต่งบ้าน เลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ระแนง เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่หลายคนเลือก ด้วยข้อดีของระแนงไม้ที่ช่วยระบายอากาศให้ถ่ายเทสะดวก เพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยแบ่งกั้นขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน และยังช่วยลดการสะท้อนของแสงแดดให้เข้ามาภายในบ้านน้อยลง หากใครยังคิดภาพไม่ออกหรือไม่เข้าใจว่าระแนงคืออะไรและสามารถนำไปตกแต่งในรูปแบบไหนได้บ้างวันนี้ AYB มีคำตอบมาฝาก   ระแนงคืออะไร? ระแนง เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการตกแต่งบ้าน มีลักษณะเป็นแผ่นไม้ยาวเรียงขนานติดกันเป็นแผง ใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามและบังสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัว และยังช่วยบังแดด กรองแสงที่ตกกระทบเข้าบ้านด้วย   วัสดุที่ใช้ทำระแนงมีกี่แบบ? วัสดุที่ใช้ทำระแนงมีหลากหลายแต่ที่เป็นที่นิยมในเป็นอย่างมากและเหมาะกับการใช้ตกแต่งบ้านสไตล์รีสอร์ทคือ วัสดุไม้ หรือที่เรียกกันว่า ระแนงไม้ เพราะมีความกลมกลืนสวยงาม เข้ากันได้ดีกับธรรมชาติ แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์นำวัสดุแบบไม้สังเคราะห์หรือโลหะมาแทนการใช้ไม้จริง ด้วยเหตุผลที่ว่าโลหะกับไม้สังเคราะห์มีความแข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการกัดกินจากปลวกหรือมอด และมีขนาดมาตรฐานเท่ากันทุกแผ่น 1. ไม้จากธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่าระแนงไม้ เป็นระแนงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยจุดเด่นของลวดลายต่างๆ บนเนื้อไม้ที่เป็นธรรมชาติ สีสันที่กลมกลืนและตกแต่งเข้ากันกับวัสดุอื่นและแบบบ้านได้อย่างลงตัว แต่การใช้ระแนงไม้ก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เลี่ยงไม่ได้ที่ความทนทานต่างๆ ก็จะมีน้อยกว่าวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ 2. ไม้สังเคราะห์ ไม้สังเคราะห์ที่นำมาใช้ในงานตกแต่งบ้านสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ • ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นวัสดุทดแทนไม้ที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ น้ำ ทรายละเอียด…

เรื่องควรรู้ เลือกวัสดุแต่งห้องน้ำบรรยากาศเข้าถึงธรรมชาติ

    ห้องน้ำเป็นสถานที่ส่วนตัวที่รองรับการใช้งานบ่อยไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน ห้องน้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ใช้งานได้สะดวกสบาย พร้อมบรรยากาศชวนผ่อนคลาย จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การอยู่อาศัยในบ้านเป็นไปอย่างมีความสุข ดังนั้นการจะสร้างห้องน้ำให้น่าใช้ทุกๆ ช่วงเวลา และได้บรรยากาศเข้าถึงความเป็นรีสอร์ทในแบบฉบับของบ้าน AYB เรามีทริคการตกแต่งมาฝาก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการออกแบบห้องน้ำ ตกแต่งห้องน้ำบรรยากาศเข้าถึงธรรมชาติ 1. ทาสีโทนขาวพร้อมประดับเทียนหอม การทาสีห้องน้ำโทนสีขาวจะช่วยให้ให้ดูสบายตา สะอาด น่าใช้งาน ยิ่งประดับวางด้วยเทียนหอมกลิ่นที่ชอบตามตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้ากระจก อ่างล้างหน้า หรือชั้นวางของ จะยิ่งกระตุ้นบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายดุจการเดินเข้าสปา  2. ประดับทางเดินด้วยหินขาวก้อนมน เปลี่ยนทางเดินพื้นปูนธรรมดาแบบเก่าให้เป็นการวางด้วยหินขาวก้อนมนเพื่อช่วยเสริมความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จะทำให้การใช้ห้องน้ำมีบรรยากาศของความเป็นรีสอร์ท และนอกจากนี้หินก้อนมนยังช่วยในเรื่องของการนวดเท้าเมื่อย่ำเดิน และยังช่วยปกปิดร่องรอยความไม่สวยงามของกระเบื้องหรือท่อน้ำได้อีกด้วย     3. ใช้ฝักบัวแบบ Rain shower ชวนผ่อนคลาย การกลับเข้าบ้านหลังจากผจญกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านมาทั้งวัน สิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากที่สุดคือการได้อาบน้ำชำระร่างกาย โดยถ้าห้องน้ำนั้นใช้ฝักบัวแบบ Rain shower จะช่วยสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนการยืนเล่นน้าท่ามกลางสายฝนหรือท่ามกลางม่านน้ำตก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยชาร์ตพลังงานชีวิตได้ดีทีเดียว การติดตั้งฝักบัวชนิดนี้ควรมีปั๊มน้ำแรงดันสูงเพื่อให้น้ำที่ใช้นั้นไหลออกมาอย่างเพียงพอ และเลือกใช้ Rain shower ที่มีลักษณะเข้ากันกับแบบของห้องน้ำและสุขภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ พร้อมติดตั้งให้อยู่สูงเหนือศรีษะไม่ต่ำกว่า 40 ซม.…

5 ทรงหลังคายอดนิยมสำหรับบ้านสไตล์รีสอร์ท

    หลังคา ส่วนประกอบหลักๆ ของบ้าน ที่เป็นเสมือนด่านหน้าต้านลม ฝน และแดด ดังนั้นการออกแบบ หรือเลือกแบบหลังคา จึงมีปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบ เพื่อให้ทรงหลังคาที่ได้เหมาะสมกับแบบบ้าน สภาพแวดล้อม และแข็งแรงทนทาน โดยทรงหลังคานั้นมีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ และวันนี้ AYB คัดสรร 5 ทรงหลังคายอดนิยมที่ใช้กับบ้านสไตล์รีสอร์ทมาให้ชมและเลือกเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังคิดสร้างบ้าน 1. หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof) เป็นทรงหลังคาที่มีลักษณะของผืนหลังคาทั้ง 4 ด้าน ลาดเอียงขึ้นไปชนกันบริเวณสันหลังคา แต่อาจมีความสั้น-ยาว ของผืนหลังคาแต่ละด้านไม่เท่ากัน และจะมีชายคาหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบตามความเหมาะสมกับแบบบ้าน เพื่อให้เกิดความสวยงาม และลงตัวมากที่สุด หลังคาทรงนี้พบสามารถใช้ได้กับบ้านหลากหลายสไตล์ เช่น สไตล์โมเดิร์น ร่วมสมัย หรือไทยประยุกต์ ข้อดีของหลังคาทรงทรงปั้นหยา : หลังคาทรงนี้มีระยะชายคาที่ยื่นยาวทั้ง 4 ทิศ ทำให้ครอบคลุมตัวบ้าน สามารถป้องกันแสงแดดและฝนได้รอบด้าน นอกจากนี้ตัวหลังคายังมีความสง่างามผสมความเป็นไทยสไตล์รีสอร์ทอีกด้วย  2. หลังคาทรงหน้าจั่ว (Gable Roof) หลังคาทรงนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยรูปทรงของหลังคาที่สามารถจับประกอบกับแบบบ้านหลายๆ แบบได้อย่างลงตัว และไม่ค่อยเป็นปัญหากับการอยู่อาศัย…

เคล็ดลับดูแลบ้านที่ประกอบด้วยวัสดุไม้

    บ้านสไตล์รีสอร์ทที่สวยงามมีมาตรฐาน มีส่วนประกอบการสร้างที่สำคัญๆ ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะไม้ที่เมื่อนำมาใช้จะช่วยเสริมให้บรรยากาศของบ้านมีความเป็นธรรมชาติและความผ่อนคลายในทุกๆ มุม ไม้ ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของบ้านตั้งแต่โครงสร้างหลักของบ้าน พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และการเลือกใช้ไม้ควรคำนึงถึงคุณภาพ ความเหมาะสม และขาดไม่ได้คือการดูแลรักษาวัสดุไม้ เพื่อให้สามารถใช้งานได้คงทนยาวนาน และสวยงาม เหมือนใหม่อยู่เสมอ การดูแลส่วนต่างๆ ของบ้านที่มีไม้เป็นองค์ประกอบ 1. เสาบ้านและโครงสร้าง เสาและโครงสร้างเป็นส่วนประกอบของบ้านที่ทำหน้าที่ประคองและรับน้ำหนังของบ้านถ่ายทอดลงสู่ส่วนฐานราก ดังนั้นหากเสาและโครงสร้างแข็งแรงก็ย่อมทำให้บ้านนั้นมั่นคงแข็งแรง และอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยด้วย แต่เมื่อใดก็ตามที่เสาและโครงสร้างเกิดความชำรุดเสียหาย ย่อมต้องส่งผลให้โครงบ้านทั้งหลังสั่นคลอนได้ โดยเฉพาะเสาและโครงสร้างแบบไม้ มีโอกาสที่จะถูกความชื้น และปลวกทำได้ให้เสียหายได้     การป้องกันดูแล • ป้องกันความชื้นได้โดยหาจุดน้ำซึมน้ำรั่วที่จะส่งผลกระทบโดยตรงและทำการแก้ไข • ป้องกันปัญหาปลวกได้โดยการหยดน้ำยาป้องกันปลวกบริเวณรอบโคนเสา และควรหยดเป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน • คงสภาพของเนื้อไม้ให้สวยงามเสมอโดยการทาสีน้ำมันให้ทั่ว   2. ประตู หน้าต่าง หน้าต่าง – ประตู ส่วนประกอบที่มีการใช้งานเปิดและปิดบ่อย และเป็นส่วนที่มีโอกาสเจอทั้งลม แดด และฝนโดยตรงไม่แพ้หลังคาหรือผนัง…

5 สิ่งสำคัญต้องมีเพื่อสร้างบ้านได้มาตรฐาน

    บ้านเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้พักอาศัย พักผ่อน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ทุกๆ ช่วงเวลา บ้านที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างอย่างมีมาตรฐานจึงเป็นพื้นที่ผู้อยู่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และอุ่นใจมากที่สุด AYB มีเรื่องน่ารู้สำหรับการสร้างบ้านอย่างมีมาตรฐาน เพื่อเจ้าของบ้านมือใหม่ได้ใช้เป็นตัวช่วยประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนสร้างบ้านอยู่เอง 5 สิ่งสำคัญต้องมีเพื่อสร้างบ้านได้มาตรฐาน 1. เจ้าของบ้านมีการเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจสร้างบ้าน ถือเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำและต้องมีอันดับแรกก่อนสร้างบ้าน เพราะการจะลงมือทำสิ่งใด เจ้าของบ้านต้องมีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เข้าใจงานสร้าง ขั้นตอน และวิธีการถ่ายทอดความต้องการให้กับผู้ออกแบบหรือผู้ก่อสร้างเพื่อให้ได้บ้านตรงความต้องการ โดยตัวอย่างการเตรียมความพร้อมที่ต้องมี เช่น • พื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้าง ต้องมีการปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ ตรวจสอบความแข็งของดิน และสืบประวัติพื้นที่ก่อนก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง • แบบบ้าน ต้องมีการออกแบบ วางผังสิ่งปลูกสร้าง ตำแหน่ง และวางแผนก่อนสร้าง โดยเฉพาะแบบบ้านนั้นต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนลงมือสร้าง และเมื่อสร้างแล้วต้องทำตามแบบที่ดำหนด ไม่แก้ไขแบบภายหลัง • วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ต้องเตรียมอุปกรณ์ทุกพร้อมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า และสืบราคาอย่างทั่วถึงเพื่อให้ได้วัสดุอุปกรณ์ในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการ การเตรียมค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการสร้างบ้านเลยก็ว่าได้ • เล็งหาบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพ สาสารถออกแบบ และสร้างบ้านได้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด 2. การเตรียมงานด้านการขุดเจาะและเตรียมพร้อมพื้นที่ที่จะก่อสร้างบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านได้ทีมงานหรือบริษัทรับสร้างบ้านที่เหมาะสมแล้ว…

รู้ลึกเรื่องไม้ เลือกแบบไหนเหมาะกับบ้าน

    ไม้ วัสดุที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการก่อสร้าง และตกแต่งบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน มีลวดลายและตามธรรมชาติที่ให้ความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งยังสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ และเข้าถึงธรรมชาติ ความหลากหลายเนื้อไม้และประเภทของไม้ ยังทำให้ผู้ต้องการสร้างบ้านมีทางเลือกในการเลือกใช้ไม้ให้เหมาะกับแบบบ้าน และการตกแต่ง และวันนี้ AYB จะพาคุณไปพบคุณสมบัติที่แตกต่างกันของไม้แต่ละประเภท รวมถึงการเลือกใช้ไม้ให้เหมาะสมกับงานสร้าง ประเภทไม้ที่นิยมใช้สร้างบ้าน 1. ไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้อแข็งมีระยะเวลาในการเติบโตค่อนข้างนาน ลักษณะเนื้อไม้จะมีวงปีมากกว่าไม้ชนิดอื่น และการจะนำไม้เนื้อแข็งมาใช้งานจะต้องรอระยะเวลาให้ไม้เติบโตจนมีอายุมากพอ เพื่อให้เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทานเหมาะกับงานที่ใช้ ไม้ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีสีของเนื้อไม้ค่อนข้างเข้ม มีความเหนียวและแข็งแรงมาก แต่ก็มีข้อเสียคือ เมื่อเกิดความชื้น ร้อน หรืออุณหภูมิมีความเปลี่ยนแปลงจะทำให้ไม้เกิดการบิดตัว หด และขยายตัวไปจากเดิมได้ ไม้เนื้อแข็งที่นิยมใช้สร้างบ้าน • ไม้เต็ง มีสีน้ำตาลอ่อน เนื้อไม้ค่อนข้างหยาบ และมีความแข็งทำให้ตัดแต่งได้ยาก จึงไม่นิยมนำมาใช้กับงานภายในเพราะมีผิวที่หยาบและลายไม้ไม่สวยงาม โดยงานที่เหมาะกับไม้ชนิดนี้คือ คาน เสา วงกบ ตง ประตู หน้าต่าง • ไม้รัง มีสีน้ำตาลอมเหลือง เนื้อหยาบ นิยมใช้ในงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น เสา พื้น…

เทคนิคเลือกต้นไม้ในห้องนอน สร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ

    การสร้างบรรยากาศให้ที่อยู่อาศัยมีกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท สามารถทำได้ทั้งการออกแบบตัวบ้านให้ตอบรับธรรมชาติภายนอก และการออกแบบสวนนอกบ้านเพื่อให้ความสดชื่น สบายตา และเป็นมุมพักผ่อนของทุกคน นอกจากนี้พื้นที่สีเขียวยังสามารถสร้างได้ภายในบ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมประตูทางเข้าบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องน้ำ และห้องนอน โดยต้นไม้จะเป็นตัวช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหายใจได้สะดวกและหลับสบายขึ้น   ปลูกต้นไม้ในห้องนอนดีอย่างไร • ต้นไม้ช่วยสร้างออกซิเจนช่วงตอนกลางวัน และสะสมไว้ภายในห้องจนถึงกลางคืน ทำให้เมื่อถึงเวลาพักผ่อนจึงหลับสบายมากขึ้น • ช่วยดูดซับและลดปริมาณของก๊าซหรือสารพิษต่างๆ ในห้อง • ไม้ดอกกลิ่นหอมช่วยทำให้ภายในห้องมีกลิ่นหอม เมื่อได้กลิ่นยามค่ำคืนจะช่วยให้ผ่อนคลาย • ต้นไม้ช่วยลดความชื้นและปรับปรุงคุณภาพของอากาศให้ดีขึ้น • สีเขียวของต้นไม้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนอนมีชีวิตชีวา ช่วยสร้างความสดชื่นและพลังบวกให้ผู้อยู่อาศัยในทุกๆ เช้า   เทคนิคเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับห้องนอน • เลือกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศ • ให้ความสดชื่นกับห้องนอน แต่ไม่สร้างปัญหาความชื้นและฝุ่น • มีกลิ่นหรือสีช่วยลดความเครียด ให้ความผ่อนคลาย • ไม่มีใบหรือดอกยิบย่อยร่วงหล่นจนทำให้ห้องรก • ไม่มียางหรือกลิ่นที่เป็นพิษ • มีขนาดที่เหมาะสมกับห้อง และไม่เติมโตเร็วจนสร้างความเสียหายแก่ห้อง • มีคุณสมบัติคลายออกซิเจนได้ในตอนกลางคืน   6 ต้นไม้ที่เหมาะกับห้องนอน…